What to be growing to?
งานเขียนชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการเขียนในเชิงสถาปัตยกรรม ( Architectural Writing ) ซึ่งผู้เรียนจะได้รับมอบหมายให้นำเสนอแนวคิดในหัวข้อชีวิตประจำวันในกรุงเทพฯออกมาเป็นงานเขียน และ งานติดตั้งในวันสิ้นสุดการเรียนโดยเราเลือกที่จะนำเสนอมุมมองความสัมพันธุ์ของต้นไม้ในกรุงเทพฯกับบริบทของผู้คน และ เมืองที่ส่งผลให้ต้นไม้กลายเป็นมากกว่าต้นไม้
This writing is part of the Architectural Writing course
Which assign a student who enrolls in this course expressing an idea through Everyday Life in Bangkok by Writing and Exhibiting the Installation At the End of the Course

ต้นไทรที่กลายเป็นป้ายรถเมล์ตรงถนนบรรทัดทอง
Ficus Tree as Bus stop at Ban Tad Thong Road
โตไปเป็นอะไร
“โตไปเป็นอะไร” น่าจะเป็นคำถามที่เราทุกคนเคยต้องตอบสมัยเด็กๆ เราก็คงตอบได้บ้างไม่ได้บ้างความประสา และ ถ้ามาคิดดีๆจะว่าไปแล้วมนุษย์เราน่าเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงแค่ชนิดเดียวที่พยายามจะหาความหมายในการใช้ชีวิต และ สามารถ “เลือก” ได้ว่าจะใช้ชีวิตไปเพื่ออะไร
กลับกันสำหรับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ ที่ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องพยายามหาความหมาย แต่แค่เติบโตและมีชีวิตด้วยการแค่พยายามเอาชีวิตรอดในแต่ละสันด้วยเหตุผลทางธรรมชาติเท่านั้น ต้นไม้เองก็เหมือนกัน ออกดอก ผลัดใบ แตกกิ่งก้าน เพื่อเอาชีวิตรอดเพียงแค่นั้น ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนๆ ในป่า บนภูเขา หรือ ริมทางเท้าของกรุงเทพ
แต่เมื่อการเติบโตของต้นไม้ที่ไม่ต้องพยายามหาเหตุผลในพื้นที่ต่างๆ เติบโตผ่านการมีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม และบริบทต่างๆภายในเมือง ย่าน หรือ ชุมชน เปลี่ยน และ ให้คำนิยามการดำรงชีวิตของต้นไม้เหล่านั้นจะต้องเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับพื้นที่ที่พวกเขาดำรงอยู่
เหมือนต้นไทรริมทางเท้าหลังสวนจุฬา 100 ปี ที่ในระหว่างการ่อสร้างสวนทำให้ป้ายรถเมล์เดิมของสาย 63 73 73ก หายไป เลยทำให้ต้นไทรที่ยืนต้นอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงโดนแขวนป้ายที่เขียนด้วยลายมือแล้วก็กลายเป็นป้ายรถเมลล์ซะเอง
เหมือนต้นขี้เหล็กต้นใหญ่ที่บ้านที่โตขึ้นพร้อมๆกับการก่อสร้างบ้านก่อนเราเกิด พอมีเรา และ น้องๆก็กลายเป็นสนามเด็กเล่น และ เพื่อน ให้เรา และ เด็กๆคนอื่นในบ้านสนุกสนานไปกับการปีนป่าย
หรือ ต้นไทรย้อยข้างศาลเจ้าในซอย จุฬา 32 ที่พอมีผ้าสามสีมาผูกบริเวณลำต้น มีหุ่นจำลองนางรำมาตั้งก็กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ หรือ อีกหลายๆต้นที่กลายเป็นเสาไฟฟ้า เป็นหลังคาบ้านให้ร่มเงา เป็นส่วนหนึ่งของผนังอาคาร หรือ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ ป้ายรถเมล์ สนามเด็กเล่น แบบที่เราเจอ
พวกต้นไม้เหล่านี้เองก็คงไม่รู้หรอกว่าการที่พวกมันพยายามเอาชีวิตรอดในทุกๆวัน ตามสถานที่ต่างๆกลับกลายเป็นว่า มันกลายเป็นสิ่งอื่นๆที่มีความหมายต่างๆออกไป ให้กับเมือง ให้กับชุมชน ให้กับผู้คน และ ต้นไม้เหฃ่านั้นก็ไม่ได้ดำรงชีวิตอยู่เพื่อตัวมันเองอีกต่อไป แต่ดำรงชีวิตด้วยการมีความหมายเป็นสิ่งอื่นๆ ที่ต้นไม้เหล่านั้นแหละได้เป็น ในที่สุดแล้วการโตขึ้นของต้นไม้แต่ละต้นที่เราทั้งเจอและไม่เจอนอกจากจะเป็นแค่ต้นไม้แล้วนั้น พอผ่านเรื่องราวต่างๆ ใครจะรู้ล่ะว่าต้นไม้จะโตไปเป็นอะไร